ipday
bg
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

ระบบสมาชิก



สถิติการเยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้599
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้1542
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้7828
mod_vvisit_counterเดือนนี้32301
mod_vvisit_counterทั้งหมด2091430

จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 762 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
None
Untitled-2

01
ประวัติความเป็นมา PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 02 เมษายน 2009 เวลา 11:45 น.

การก่อตัวของชุมชนในบริเวณจังหวัดนครราชสีมา

จังหวัด นครราชสีมา เริ่มต้นในลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน บริเวณอำเภอโนนสูง พิมาย และจักราช การพบชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านปราสาท อายุประมาณ 2,500 - 3,000 ปี เป็นหลักฐานที่ยืนยันสมมุติฐานได้เป็นอย่างดีจนกระทั่งพุทธศตวรรษที่ ๑๖ การสร้างปราสาทหินพิมาย เพื่อเป็นศูนย์กลางของการนับถือพุทธศาสนา ลัทธิมหายาน แสดงให้เห็นถึงความเจริญเติบโตของชุมชนในแถบนครราชสีมา ที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี อิทธิพลของรัฐไทยเริ่มแพร่เข้ามาสู่นครราชสีมาในสมัยอยุธยา เริ่มปรากฎชื่อนครราชสีมาในกฎหมายตราสามดวง เรื่อง พระอัยการตำแหน่งนาพลเรือนและนาทหารหัวเมืองที่ประกาศใช้ในปีพุทธศักราช ๑๙๙๘ สมัยพระบรมไตรโลกนาถ ระบุว่าเมืองนครราชสีมาเป็นเมืองชั้นโท เจ้าเมืองมีบรรดาศักดิ์เป็นออกญากำแหงสงครามรามภักดีพิรียะภาหะ ศักดินา ๑๐,๐๐๐ ไร่ แต่ที่น่าสนใจที่สุด อยู่ตรงที่ว่านครราชสีมาเป็นเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพียงเมืองเดียว ที่ถูกระบุไว้ในรายชื่อเมืองของกฎหมายฉบับนี้


สมัย สมเด็จพระนารายณ์น่าจะเป็นสมัยที่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ นครราชสีมา โดยโปรดให้ย้ายเมืองนครราชสีมาจากท้องที่อำเภอสูงเนินมาตั้งอยู่ในที่ตั้ง ปัจจุบัน โดยสร้างเมืองนครราชสีมาเป็นป้อมปราการในฐานะเมืองสำคัญชายพระราชอาณาเขต และทรงเลือกสรรข้าราชการที่มีความสามารถออกไปปกครองในสมัยธนบุรี นครราชสีมามีบทบาทเป็นเสมือนตัวแทนของส่วนกลางในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในปีพุทธศักราช ๒๔๓๖ เกิดสถานการณ์ที่มีแนวโน้มจะเป็นวิกฤติการณ์ทางการเมืองขึ้นที่กรุงเทพฯ เมืองเวียงจันทน์และเมืองจำปาศักดิ์ได้ใช้โอกาสนั้นดิ้นรน เพื่อให้หลุดพ้นจากอำนาจของไทย เจ้าอนุวงศ์ยกกองทัพมาแต่ฝ่ายไทยสามารถปราบปรามเหตุการณ์นี้ จนกระทั่งทำลายเวียงจันทน์ลงหลังสิ้นเหตุการณ์กบฎอนุวงศ์เมืองนครราชสีมา กลายเป็นกำลังสำคัญของรัฐไทยในภาคคะวันออกเฉียงเหนือ ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ประเทศไทยได้ทำสัญญาเบาว์ริงกับอังกฤษ และสัญญา ลักษณะเดียวกันกับชาติตะวันตกอื่น ๆ เช่น ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการยกเลิกการค้าแบบผูกขาด เป็นการค้าที่ให้เอกชนเข้ามาทำการค้าขายได้ เมืองนครราชสีมาได้รับความสนใจในฐานะที่มีสินค้าออกที่สำคัญ เช่น หนังสัตว์ เขาสัตว์ และงานอกจากนี้รัชกาลที่ ๔ ยังทรงมีพระราชดำริที่จะตั้งให้เป็นเมืองราชธานีแห่งที่ ๒ แต่เนื่องจากขาดแคลนน้ำและการคมนาคมไม่สะดวก จึงโปรดให้สร้างที่ประทับที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่เมืองลพบุรี ซึ่งสร้างสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแทน

ครั้น ถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ พระองค์ได้ทรงทำนุบำรุงเมืองนครราชสีมาให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นกว่าแต่ ก่อนในทุก ๆ ด้าน ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นคงของชาติต่อต้านการแผ่ขยายอิทธิพลของฝรั่งเศส ที่เห็นเด่นชัดที่สุด คือ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้กรมหมื่นสรรพสิทธิ์ประสงค์จัดเตรียมการปกครองเมือง นครราชสีมาเพื่อเตรียมการตั้งเป็นมณฑลเทศาภิบาล นอกจากนี้ยังโปรดให้สร้างทางรถไฟสายแรกจากกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๓ ทำให้เมืองนครราชสีมาและเมืองอื่น ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดินทางติดต่อกับภาคกลางและภาคอื่น ๆ ได้สะดวกทำให้ชาวเมืองเกิดความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย สมัยรัชกาลที่ ๖ ได้โปรดให้รวมมณฑลเทศาภิบาลเข้าเป็นภาค มีอุปราชปกครอง ยกเว้นมณฑลนครราชสีมา ยังคงปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๗ ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และกบฎวรเดช รัฐบาลจึงได้ตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๖ ยุบมณฑลเทศาภิบาล และจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค โดยแบ่งการปกครองออกเป็นจังหวัด และอำเภอมาจนถึงปัจจุบัน

5  1


Share
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2012 เวลา 14:16 น.
 
Powered By :: PAS World Communitcation,.ltd.